อริยสัจ 4

kongpop113
Mind Map by kongpop113, updated more than 1 year ago
kongpop113
Created by kongpop113 over 6 years ago
5104
2

Description

ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ

Resource summary

อริยสัจ 4

Annotations:

  • ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ มีอยู่สี่ประการ
1 ทุกข์

Annotations:

  • สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ (การเกิด) ชรา (การแก่ การเก่า) มรณะ (การตาย การสลายไป การสูญสิ้น) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ ทุกข์ก็คืออุปาทานขันธ์ หรือขันธ์ 5
1.1 ชาติ
1.2 ชรา
1.3 มรณะ
1.4 โสกะ
1.5 ปริเทวะ
1.6 ทุกข์กาย
1.7 โทมนัส
1.8 อุปายาส
1.9 ความประจวบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก
1.10 ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
1.11 ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น
2 สมุทัย

Annotations:

  • สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม ความอยากได้ทางกามารมณ์, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยภวทิฏฐิหรือสัสสตทิฏฐิ และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยวิภวทิฏฐิหรืออุจเฉททิฏฐิ
2.1 กามตัณหา

Annotations:

  • ความอยากในกาม ความเยื่อใยในกาม ฯลฯ โดยทั่วไปหมายถึงความอยากในกามคุณ 5 คือ รูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะ ใจความสูงสุดของกามตัณหา หมายถึงความยินดี ความติดใจ ความพอใจในกามภพอันเป็นที่เกิดของผู้ยังเกี่ยวข้องด้วยกามซึ่งพร้อมมูลด้วยกามได้แก่โลกมนุษย์และเทวโลก
2.2 ภวตัณหา

Annotations:

  • ความอยากมีอยากเป็น คืออยากมีอย่างนั้นอย่างนี้ อยากเป็นนั่นเป็นนี่ ภวตัณหา ใจความสูงสุดหมายถึงความกำหนัดยินดีในรูปภพและอรูปภพ คือความพอใจติดใจในฌานด้วยความปรารถนาภพ อันเป็นความยินดีที่ประกอบด้วยสัสสตทิฐิ คือความเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเช่นเบญจขันธ์เป็นของเที่ยงแท้ ยั่งยืน มีติดต่อกันไปไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวคืออยากเกิดอยากเป็นเช่นที่เป็นอยู่ตลอดไป
2.3 ภวตัณหา

Annotations:

  • ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น คืออยากจะพ้นจากภาวะที่ตนไม่ต้องการไม่อยากได้ เช่น อยากพ้นจากความยากจนจากความเจ็บไข้ พ้นจากความยากจน หรือ ไม่อยากเจอหน้าคนที่เราไม่ชอบใจ เป็นต้น วิภวตัณหา อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ความคิดที่ผิด (อุจเฉททิฐิ) คือ เห็นว่าภพชาติไม่มี อันเป็นความความเห็นผิดที่ทำให้ไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ เพราะความเห็นชนิดนี้เชื่อว่าชาติหน้าไม่มี คนเราตายแล้วสูญ จึงทำให้ปฏิบัติตนไปตามใจปรารถนาด้วยอำนาจของตัณหา โดยไม่กังวลถึงผลที่จะตามมาภายหลัง
3 นิโรธ

Annotations:

  • ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง 3 ได้อย่างสิ้นเชิง   นิโรธ 5 หมายถึง ความดับกิเลส ภาวะไร้กิเลสและไม่มีทุกข์เกิดขึ้นนิโรธเป็นธรรมะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้นิโรธ มี 5 ประการ โดยมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก เช่น ปหาน 5 (การละกิเลส 5 ประการ)วิมุตติ 5 (ความหลุดพ้น 5 ประการ)วิเวก 5 (ความสงัด ความปลีกออก 5 ประการ)วิราคะ 5 (ความคลายกำหนัด ความสำรอกได้ 5 ประการ)โวสสัคคะ 5 (ความสละ ความปล่อย 5 ประการ) 
3.1 ปหาน - การละกิเลส
3.1.1 ตทงฺคปหาน ได้แก่การละกิเลสได้ชั่วขณะ
3.1.2 วิกฺขมฺภนปหาน ได้แก่การข่มนิวรณ์
3.1.3 สมุจฺเฉทปหาน ได้แก่การละกิเลสได้โดยเด็ดขาด
3.2 วิมุตติ - การหลุดพ้น
3.2.1 ตทังควิมุตติ - การพ้นไปจากอำนาจ"ตัวกู-ของกู"

Annotations:

  • การพ้นไปจากอำนาจของ"ตัวกู-ของกู"ด้วยอำนาจของสิ่งที่บังเอิญประจวบเหมาะ
3.2.2 วิกขัมภนวิมุตติ - ความดับแห่ง"ตัวกู"

Annotations:

  • ความดับแห่ง"ตัวกู" ซึ่งเป็นไปด้วยอำนาจของการประพฤติหรือการกระทำทางจิต หมายถึง ขณะนั้นมีการกระทำจิตให้ติดอยู่กับอารมณ์ของสมาธิอย่างใดอย่างหนึ่งตามแบบของการทำสมาธิ
3.2.3 สมุจเฉทวิมุตติ - ความดับ"ตัวกู"

Annotations:

  • ความดับ"ตัวกู" ด้วยการกระทำทางปัญญา คือการทำลายอวิชชาลงอย่างสิ้นเชิง
3.3 วิเวก - ความสงัด
3.3.1 กายวิเวก - ความสงัดกาย

Annotations:

  • ความสงัดกาย ได้แก่การอยู่ในที่สงัดก็ดี ดำรงอิริยาบถและเที่ยวไปผู้เดียวก็ดี
3.3.2 จิตตวิเวก - ความสงัดใจ

Annotations:

  •  ความสงัดใจ ได้แก่การทำจิตให้สงบผ่องใส สงัดจากนิวรณ์ หมายเอาจิตแห่งผู้มีสมาธิและสติ
3.3.3 อุปธิวิเวก - ธรรมอันเป็นที่สงบ

Annotations:

  • ธรรมอันเป็นที่สงบระงับอุปธิทั้งปวง (หมายเอาผู้ฝึกฝนทางปัญญา จนเอาชนะกิเลส อนุสัยและสังโยชน์อันเหตุสร้างกรรมทางกาย วาจา(อุปธิ)
3.4 วิราคะ - ความคลายกำหนัด

Annotations:

  • ความปราศจากราคะ, ความไม่พึงใจ, ความหน่าย, ความไม่ไยดี; นิพพาน
3.5 โวสสัคคะ - ความสละ
3.6 นิโรธ 5
3.6.1 วิกขัมภนนิโรธ ดับด้วยข่มไว้
3.6.2 ตทังคนิโรธ ดับด้วยองค์นั้นๆ คือ ดับกิเลสด้วยธรรมที่เป็นคู่ปรับ
3.6.3 สมุจเฉทนิโรธ ดับด้วยตัดขาด คือ ดับกิเลสเสร็จสิ้นเด็ดขาด
3.6.4 ปฏิปัสสัทธินิโรธ ดับด้วยสงบระงับ คือ อาศัยโลกุตตรมรรค
3.6.5 นิสสรณนิโรธ ดับด้วยสลัดออกได้ หรือดับด้วยปลอดโปร่งไป
4 มรรค

Annotations:

  • แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ ได้แก่ มรรคอันมีองค์ประกอบอยู่แปดประการ คือ 1. สัมมาทิฏฐิ-ความเห็นชอบ 2. สัมมาสังกัปปะ-ความดำริชอบ 3. สัมมาวาจา-เจรจาชอบ 4. สัมมากัมมันตะ-ทำการงานชอบ 5. สัมมาอาชีวะ-เลี้ยงชีพชอบ 6. สัมมาวายามะ-พยายามชอบ 7. สัมมาสติ-ระลึกชอบ และ 8. สัมมาสมาธิ-ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" หรือทางสายกลาง
4.1 สัมมาทิฏฐิ - เห็นชอบ
4.1.1 ความรู้อริยสัจ 4
4.1.2 เห็นไตรลักษณ์
4.1.2.1 อนิจจตา
4.1.2.2 ทุกขตา
4.1.2.3 อนัตตา
4.1.3 เห็นปฏิจสมุปบาท
4.1.4 รู้อกุศลและอกุศลมูล
4.1.5 รู้กุศลและกุศลมูล
4.2 สัมมาสังกัปปะ - ดำริชอบ
4.2.1 ความดำริที่ปลอดจากโลภะ
4.2.2 ดำริในอันไม่พยาบาท
4.2.3 ดำริในอันไม่เบียดเบียน
4.3 สัมมาวาจา - เจรจาชอบ
4.3.1 งดเว้นจากการพูดเท็จ
4.3.2 งดเว้นจากการพูดส่อเสียด
4.3.3 งดเว้นจากการพูดคำหยาบ
4.3.4 งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
4.4 สัมมากัมมันตะ - กระทำชอบ
4.4.1 การงดเว้นการฆ่าสัตว์
4.4.2 การงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้
4.4.3 การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
4.5 สัมมาอาขีวะ - เลี้ยงชีพชอบ
4.5.1 เว้นมิจฉาอาชีวะ
4.5.1.1 การโกง หรือ หลอกลวง
4.5.1.2 ประจบสอพลอ บีบ บังคับขู่เข็ญ
4.5.1.3 แสวงหาลาภโดยไม่ประกอบด้วยความเพียร
4.5.1.4 การต่อลาภด้วยลาภ
4.6 สัมมาวายามะ - เพียรชอบ
4.6.1 มิให้อกุศลธรรมเกิดขึ้น
4.6.2 ละอกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว
4.6.3 ให้กุศลธรรที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น
4.6.4 รักษากุศลธรรมไม่ให้เสื่อม
4.7 สัมมาสมาธิ - ระลึกชอบ

Annotations:

  • ความตั้งใจมั่นโดยถูกทาง โดยการที่กุศลจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว (ความตั้งมั่นแห่งกุศลจิตในในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน)เข้าถึง ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และ จตุตถฌาน (จิตตั้งมั่นในฌานทั้ง 4 นี้ ส่วนอรูปฌาน)ทั้ง4ท่านจัดเข้าในจตุตถฌาน ตามอารมณ์ที่อรูปฌานมีเจตสิกที่เข้ามาประกอบในจิต คือ อุเบกขาเจตสิกและเอกัคคตาเจตสิก เช่นเดียวกับจตุตถฌาน
4.7.1 ปฐมฌาน
4.7.2 ทุติยฌาน
4.7.3 ตติยฌาน
4.7.4 จตุตถฌาน
4.8 สัมมาสติ - ตั้งใจมั่นชอบ

Annotations:

  • การมีสติกำหนดระลึกรู้อยู่เป็นนิจว่า กำลังทำอะไรอยู่ กำหนดรู้สภาวะที่เกิดขึ้นจริงในขณะปัจจุบัน ในสภาวะทั้ง 4 คือ กาย เวทนา จิต และธรรม ตามความจำกัดความแบบพระสูตร คือหลักธรรมที่เรียกว่าสติปัฏฐาน ๔ แบ่งออกเป็น 4
4.8.1 กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในกาย
4.8.2 เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในเวทนา
4.8.3 ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในธรรม คือ สัญญา และสังขาร
4.8.4 จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในจิต
Show full summary Hide full summary

Similar

Spanish: Talking About Everyday Things
Niat Habtemariam
SSAT Verbal Questions (Analogies)
philip.ellis
Biology Unit 1
anna.mat1997
English Literary Terminology
Fionnghuala Malone
P2 Radioactivity and Stars
dfreeman
TOEFL Practice
aliking
GCSE Statistics
Andrea Leyden
Themes in Macbeth
annasc0tt
GCSE Geography - Causes of Climate Change
Beth Coiley
Poetry revision quiz
Sarah Holmes
General Pathoanatomy Final MCQs (1-110)- 3rd Year- PMU
Med Student