¡GoConqr estrena diseño! Cuéntanos qué te parece.

Mapa mental

อริยสัจ 4

kongpop113 Inglés 5,0Valoración media 5,0 de 5 (1 valoración) 7.248 visitas

Mind map เกี่ยวกับอริยสัจ 4: ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค

Mind map: อริยสัจ 4

Contenido del mapa

อริยสัจ 4

  • ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ มีอยู่สี่ประการ
  1. ทุกข์

    • สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ (การเกิด) ชรา (การแก่ การเก่า) มรณะ (การตาย การสลายไป การสูญสิ้น) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ ทุกข์ก็คืออุปาทานขันธ์ หรือขันธ์ 5
    • ชาติ
    • ชรา
    • มรณะ
    • โสกะ
    • ปริเทวะ
    • ทุกข์กาย
    • โทมนัส
    • อุปายาส
    • ความประจวบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก
    • ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
    • ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น
  2. สมุทัย

    • สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม ความอยากได้ทางกามารมณ์, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยภวทิฏฐิหรือสัสสตทิฏฐิ และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยวิภวทิฏฐิหรืออุจเฉททิฏฐิ
    • กามตัณหา
      • ความอยากในกาม ความเยื่อใยในกาม ฯลฯ โดยทั่วไปหมายถึงความอยากในกามคุณ 5 คือ รูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะ ใจความสูงสุดของกามตัณหา หมายถึงความยินดี ความติดใจ ความพอใจในกามภพอันเป็นที่เกิดของผู้ยังเกี่ยวข้องด้วยกามซึ่งพร้อมมูลด้วยกามได้แก่โลกมนุษย์และเทวโลก
    • ภวตัณหา
      • ความอยากมีอยากเป็น คืออยากมีอย่างนั้นอย่างนี้ อยากเป็นนั่นเป็นนี่ ภวตัณหา ใจความสูงสุดหมายถึงความกำหนัดยินดีในรูปภพและอรูปภพ คือความพอใจติดใจในฌานด้วยความปรารถนาภพ อันเป็นความยินดีที่ประกอบด้วยสัสสตทิฐิ คือความเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเช่นเบญจขันธ์เป็นของเที่ยงแท้ ยั่งยืน มีติดต่อกันไปไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวคืออยากเกิดอยากเป็นเช่นที่เป็นอยู่ตลอดไป
    • ภวตัณหา
      • ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น คืออยากจะพ้นจากภาวะที่ตนไม่ต้องการไม่อยากได้ เช่น อยากพ้นจากความยากจนจากความเจ็บไข้ พ้นจากความยากจน หรือ ไม่อยากเจอหน้าคนที่เราไม่ชอบใจ เป็นต้น วิภวตัณหา อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ความคิดที่ผิด (อุจเฉททิฐิ) คือ เห็นว่าภพชาติไม่มี อันเป็นความความเห็นผิดที่ทำให้ไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ เพราะความเห็นชนิดนี้เชื่อว่าชาติหน้าไม่มี คนเราตายแล้วสูญ จึงทำให้ปฏิบัติตนไปตามใจปรารถนาด้วยอำนาจของตัณหา โดยไม่กังวลถึงผลที่จะตามมาภายหลัง
  3. นิโรธ

    • ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง 3 ได้อย่างสิ้นเชิง   นิโรธ 5 หมายถึง ความดับกิเลส ภาวะไร้กิเลสและไม่มีทุกข์เกิดขึ้นนิโรธเป็นธรรมะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้นิโรธ มี 5 ประการ โดยมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก เช่น ปหาน 5 (การละกิเลส 5 ประการ)วิมุตติ 5 (ความหลุดพ้น 5 ประการ)วิเวก 5 (ความสงัด ความปลีกออก 5 ประการ)วิราคะ 5 (ความคลายกำหนัด ความสำรอกได้ 5 ประการ)โวสสัคคะ 5 (ความสละ ความปล่อย 5 ประการ) 
    • ปหาน - การละกิเลส
      • ตทงฺคปหาน ได้แก่การละกิเลสได้ชั่วขณะ
      • วิกฺขมฺภนปหาน ได้แก่การข่มนิวรณ์
      • สมุจฺเฉทปหาน ได้แก่การละกิเลสได้โดยเด็ดขาด
    • วิมุตติ - การหลุดพ้น
      • ตทังควิมุตติ - การพ้นไปจากอำนาจ"ตัวกู-ของกู"
        • การพ้นไปจากอำนาจของ"ตัวกู-ของกู"ด้วยอำนาจของสิ่งที่บังเอิญประจวบเหมาะ
      • วิกขัมภนวิมุตติ - ความดับแห่ง"ตัวกู"
        • ความดับแห่ง"ตัวกู" ซึ่งเป็นไปด้วยอำนาจของการประพฤติหรือการกระทำทางจิต หมายถึง ขณะนั้นมีการกระทำจิตให้ติดอยู่กับอารมณ์ของสมาธิอย่างใดอย่างหนึ่งตามแบบของการทำสมาธิ
      • สมุจเฉทวิมุตติ - ความดับ"ตัวกู"
        • ความดับ"ตัวกู" ด้วยการกระทำทางปัญญา คือการทำลายอวิชชาลงอย่างสิ้นเชิง
    • วิเวก - ความสงัด
      • กายวิเวก - ความสงัดกาย
        • ความสงัดกาย ได้แก่การอยู่ในที่สงัดก็ดี ดำรงอิริยาบถและเที่ยวไปผู้เดียวก็ดี
      • จิตตวิเวก - ความสงัดใจ
        •  ความสงัดใจ ได้แก่การทำจิตให้สงบผ่องใส สงัดจากนิวรณ์ หมายเอาจิตแห่งผู้มีสมาธิและสติ
      • อุปธิวิเวก - ธรรมอันเป็นที่สงบ
        • ธรรมอันเป็นที่สงบระงับอุปธิทั้งปวง (หมายเอาผู้ฝึกฝนทางปัญญา จนเอาชนะกิเลส อนุสัยและสังโยชน์อันเหตุสร้างกรรมทางกาย วาจา(อุปธิ)
    • วิราคะ - ความคลายกำหนัด
      • ความปราศจากราคะ, ความไม่พึงใจ, ความหน่าย, ความไม่ไยดี; นิพพาน
    • โวสสัคคะ - ความสละ
    • นิโรธ 5
      • วิกขัมภนนิโรธ ดับด้วยข่มไว้
      • ตทังคนิโรธ ดับด้วยองค์นั้นๆ คือ ดับกิเลสด้วยธรรมที่เป็นคู่ปรับ
      • สมุจเฉทนิโรธ ดับด้วยตัดขาด คือ ดับกิเลสเสร็จสิ้นเด็ดขาด
      • ปฏิปัสสัทธินิโรธ ดับด้วยสงบระงับ คือ อาศัยโลกุตตรมรรค
      • นิสสรณนิโรธ ดับด้วยสลัดออกได้ หรือดับด้วยปลอดโปร่งไป
  4. มรรค

    • แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ ได้แก่ มรรคอันมีองค์ประกอบอยู่แปดประการ คือ 1. สัมมาทิฏฐิ-ความเห็นชอบ 2. สัมมาสังกัปปะ-ความดำริชอบ 3. สัมมาวาจา-เจรจาชอบ 4. สัมมากัมมันตะ-ทำการงานชอบ 5. สัมมาอาชีวะ-เลี้ยงชีพชอบ 6. สัมมาวายามะ-พยายามชอบ 7. สัมมาสติ-ระลึกชอบ และ 8. สัมมาสมาธิ-ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" หรือทางสายกลาง
    • สัมมาทิฏฐิ - เห็นชอบ
      • ความรู้อริยสัจ 4
      • เห็นไตรลักษณ์
        • อนิจจตา
        • ทุกขตา
        • อนัตตา
      • เห็นปฏิจสมุปบาท
      • รู้อกุศลและอกุศลมูล
      • รู้กุศลและกุศลมูล
    • สัมมาสังกัปปะ - ดำริชอบ
      • ความดำริที่ปลอดจากโลภะ
      • ดำริในอันไม่พยาบาท
      • ดำริในอันไม่เบียดเบียน
    • สัมมาวาจา - เจรจาชอบ
      • งดเว้นจากการพูดเท็จ
      • งดเว้นจากการพูดส่อเสียด
      • งดเว้นจากการพูดคำหยาบ
      • งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
    • สัมมากัมมันตะ - กระทำชอบ
      • การงดเว้นการฆ่าสัตว์
      • การงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้
      • การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
    • สัมมาอาขีวะ - เลี้ยงชีพชอบ
      • เว้นมิจฉาอาชีวะ
        • การโกง หรือ หลอกลวง
        • ประจบสอพลอ บีบ บังคับขู่เข็ญ
        • แสวงหาลาภโดยไม่ประกอบด้วยความเพียร
        • การต่อลาภด้วยลาภ
    • สัมมาวายามะ - เพียรชอบ
      • มิให้อกุศลธรรมเกิดขึ้น
      • ละอกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว
      • ให้กุศลธรรที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น
      • รักษากุศลธรรมไม่ให้เสื่อม
    • สัมมาสมาธิ - ระลึกชอบ
      • ความตั้งใจมั่นโดยถูกทาง โดยการที่กุศลจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว (ความตั้งมั่นแห่งกุศลจิตในในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน)เข้าถึง ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และ จตุตถฌาน (จิตตั้งมั่นในฌานทั้ง 4 นี้ ส่วนอรูปฌาน)ทั้ง4ท่านจัดเข้าในจตุตถฌาน ตามอารมณ์ที่อรูปฌานมีเจตสิกที่เข้ามาประกอบในจิต คือ อุเบกขาเจตสิกและเอกัคคตาเจตสิก เช่นเดียวกับจตุตถฌาน
      • ปฐมฌาน
      • ทุติยฌาน
      • ตติยฌาน
      • จตุตถฌาน
    • สัมมาสติ - ตั้งใจมั่นชอบ
      • การมีสติกำหนดระลึกรู้อยู่เป็นนิจว่า กำลังทำอะไรอยู่ กำหนดรู้สภาวะที่เกิดขึ้นจริงในขณะปัจจุบัน ในสภาวะทั้ง 4 คือ กาย เวทนา จิต และธรรม ตามความจำกัดความแบบพระสูตร คือหลักธรรมที่เรียกว่าสติปัฏฐาน ๔ แบ่งออกเป็น 4
      • กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในกาย
      • เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในเวทนา
      • ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในธรรม คือ สัญญา และสังขาร
      • จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน - กำหนดระลึกรู้ในจิต

Información

Descripción
ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ
Creado por
kongpop113
Visitas
7.248
Valoración
Valoración media 5,0 de 5 (1 valoración)

Escríbenos

¿Sobre qué es tu mensaje?

¿Qué te parece el nuevo diseño?

¿Te gusta?